วิธีเพิ่มความสุขให้กับการทำงานและปรับทัศนคติให้คุณรู้สึกไม่เบื่อหน่ายกับชีวิต

มนุษย์ทุกคนนั้นต้องทำงานเพื่อหาเงินไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งบางคนนั้นอาจจะเบื่อหน่ายกับทำงานเดิมๆมาเป็นเวลา 10 กว่าปี จะลาออกก็ต้องคิดหนักเพราะในเมื่อเรามีความมั่นคงแล้วถ้าออกไปมองหาที่อื่นคงต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกรอบ หากมีวิธีเพิ่มความสุขให้กับการทำงานและปรับทัศนคติให้คุณรู้สึกไม่เบื่อหน่ายกับชีวิตคงจะดีกว่าไหม วันนี้เราจึงมีวิธีเพิ่มความสุขให้กับการทำงานมาฝากกัน

1. วางแผนสิ่งที่จะทำในวันข้างหน้า
การทำอะไรต่างๆต้องมีการวางแผนก่อน สิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้อาจจะดูเล็กๆ แต่ถ้าเราทำไปเรื่อยๆมันก็กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้

2. คิดความตั้งใจของคุณ ว่าตั้งใจจะทำอะไรบ้าง
หาจุดมุ่งหมาย ความสำเร็จ ความสุขที่เราต้องการ เมื่อเวลาเราเหนื่อยหรือท้อ พอกลับมามองย้อนสิ่งที่เราตั้งใจจะทำอะไรไว้จะได้มีกำลังใจก้าวหน้าต่อไป

3. ลองนึกภาพดู ว่าคุณก็สามารถประสบกับความสำเร็จได้
วาดฝันการประชุมของคุณที่สำเร็จ มองภาพโครงการที่คุณคิดกำลังจะทำ

4. ขจัดสิ่งรบกวน ขณะที่คุณกำลังจะใช้ความคิด
สิ่งรบกวนเพียงนิดเดียวอาจทำให้เวลาที่คุณคิดอะไรที่สำคัญๆอาจจะมีไอเดียดีๆหลุดลอยหายไปก็ได้ ต้องจัดสรรความคิดให้เป็นระบบ เวลาทำงานที่ใช้ความคิดลองห่างไกลจากโทรศัพท์ อาจจะมีความคิดที่ดีๆเกิดขึ้นก็ได้

5. พูดคำชมเชย ชื่นชม คนรอบข้างของคุณ
เวลามีใครมาทำอะไรให้กับคุณที่ดีๆ หรือบุคคลอื่นในที่ทำงานที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมให้คุณพูดชมเชยเค้า การพูดชมเชย ชื่นชมนั้นสร้างโลกดีๆให้กับคุณเป็นการสร้างมิตร สร้างการมองโลกในแง่ดี ถ้าคุณคิดร้ายๆอิจฉากันคงไม่มีความสุขใช่มะ

6. ต่อสู้กับหัวหน้างานหรือลูกค้าของคุณ
การทำงานบางอย่างต้องพบปะกับบุคคลมากมาย บุคคลนั้นอาจมาเหวี่ยง มาพูดจาไม่ดีกับคุณ ดังนั้นจงระงับอารมณ์ของคุณไว้ซะ อย่าไปต่อร้องต่อเถียงยิ่งเราไปพูดจาโหวกเหวกโวยวายยิ่งเพื่มปัญหาเข้าไปอีก การที่เรานิ่งและหยุดเฉยยอมรับกับมันน่าจะดีที่สุด หรือถ้ามีคนมาติคุณและคุณก็ทำในสิ่งนั้นที่ไม่ดีจริงๆก็จงเอาคำตินั้นไปปรับปรุงเพื่อสร้างผลงานที่ดีขึ้น

7. ติดต่อหาเพื่อนฝูงซะบ้าง
การพบปะพูดคุยปรับสารทุกข์สุขดิบกะเพื่อนอาจทำให้คุณมีความสุขเพิ่มขึ้นมากก็ได้

8. เวลาเบื่อๆเซ็งๆ ลอง “ยิ้ม” ดูอาจจะดีขึ้น
การแสร้งความสุขขึ้นมาเองอาจทำให้คุณมีการมองโลกในแง่ดีเพิ่มยิ่งขึ้น เพื่อแค่คุณลองยิ้ม โลกของคุณก็อาจจะเปลี่ยนไปเลยก็ได้

9. ลองลุกออกไปจากเก้าอี้บ้าง
ขยับ ยืดเส้น ยืดสาย หาเวลาพักผ่อนให้คุณได้มีเวลาส่วนตัว ดีกว่ามัวแต่นั่งอยู่กับที่

10. แสดงความรักกับคุณที่คุณรัก
อาจเขียนคำขอบคุณ มอบความรัก กับพ่อ แม่ หรือคนที่คุณรัก รู้มั้ยการที่เราแสดงความรู้สึกดีๆแบบนี้ เราอาจได้รับความรักกลับมาเป็น 10 เท่าเลยด้วย วิธีนี้นี้เป็นวิธีเพิ่มความสุขง่ายๆที่ทุกคนสามารถทำได้ตลอด

11. พลังการทำงานของคุณนั้นมีมากในเวลากลางคืน
ลองหยุดเล่นโทรศัพท์ เอาหน้าห่างจากจอ แล้วมาอ่านหนังสือก่อนนอน คิดวางแผนการทำงานต่างๆแบบเบาๆในตอนก่อนนอนอาจมีความคิดดีๆเพิ่มขึ้นอีกเยอะ

12. ลองเขียนสิ่งที่คุณล้มเหลวหรือผิดพลาด ลงไปในกระดาษสักแผ่น
เมื่อคุณเขียนสิ่งที่มันพลาดไปแล้วทำให้คุณรู้จุดที่คุณผิดพลาดและไม่กลับไปทำมันอีก เป็นการย้อนมองตัวเองไม่ให้กลับไปทำในสิ่งที่แย่ๆ

พรมมีคราบฝังแน่น ทำความสะอาดอย่างไรให้เหมือนใหม่

พรมนั้นเป็นสิ่งที่กักเก็บสิ่งสกปรก โดยสิ่งสกปรกที่ว่าจะก่อปัญหาสุขภาพให้กับคนที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน โดยเฉพาะกับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ มันสามารถเป็นต้นเหตุที่ทำให้อาการแย่ลงถึงขั้นวิกฤตเลยก็ได้ แต่ถ้าดูเพียงแค่ผ่านตา คุณอาจจะไม่คิดว่าพรมที่บ้านของคุณนั้นสกปรก

1. กำจัดคราบเลอะต่างๆ
1.1 หากเป็นคราบที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ให้ลองสังเกตุว่าบนพรมนั้นมีคราบอะไรที่ยังไม่ได้ฝังลึกหรือซึมเข้าไปในตัวพรมหรือไม่ ถ้ามีให้รีบทำความสะอาดทันที เช่น การนำผ้า ทิชชู่ หรือลูกขัดใยสังเคราะห์ (ด้านฟองน้ำ) มาซับน้ำที่เพิ่งหกลงไปบนพรม โดยอย่าปล่อยให้เศษอาหารหรือเครื่องดื่มซึมเข้าไปในพรมเด็ดขาด เพราะนอกจากที่คราบและกลิ่นจะฝังแน่นแล้ว เมื่อสิ่งสกปรกเหล่านั้นรั่วซึมไปถึงส่วนก้นของพรม มันก็จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดเชื้อราและแบคทีเรียต่างๆได้

ข้อแนะนำ : ถ้าคุณรู้ว่ามีคนในบ้านหรือแขกที่กำลังรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำใกล้กับพรมที่พื้นอยู่ แนะนำให้พวกเขาเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านั้นตกลงสู่พรม หรือหาอุปกรณ์ที่เสริม เช่น ที่รองแก้ว เพื่อป้องกันน้ำที่จะหกลงสู่พรม

1.2 หากเป็นคราบฝังแน่น มีความเข้มข้นสูง เช่น เลือด ให้นำผ้าหรือลูกขัดใยสังเคราะห์ (ด้านฟองน้ำ) ชุบน้ำบิดให้อยู่ในระดับเปียกหมาดๆ และค่อยๆ นำมาซับคราบที่ฝังแน่นออกโดยห้ามขยี้หรือขัด เพราะอาจจะทำให้พรมเกิดความเสียหายได้ การทำแบบนี้จะช่วยทำให้คราบฝังแน่นนั้นจางลง และทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นในขั้นตอนถัดๆไป

ข้อแนะนำ : เพื่อให้คราบที่ฝังแน่นลดน้อยลงที่สุด หลังจากทำตามวิธีด้านบนแล้ว ให้นำทิชชู่ (แบบที่ซึมซับน้ำได้ดี) มาวางไว้ ณ จุดที่เกิดรอยเปื้อน แล้วให้นำวัตถุที่มีความหนักมาวางทับทิชชู่นั้นไว้ เพื่อให้น้ำจากตัวพรม พร้อมกับคราบฝังแน่นถูกดูดขึ้นไปทิชชู่นั่นเอง

1.3  คราบเฉพาะจุดที่มาพร้อมกลิ่น หนึ่งสิ่งที่ช่วยขจัดคราบเฉพาะจุดได้ดีที่สุดก็คือน้ำโซดา โดยถ้าคุณเผลอทำน้ำผลไม้หรือไวน์หกลงไปบนพรม คุณสามารถเทน้ำโซดา (จำนวนไม่มาก) ลงไปบนพรม ปล่อยให้มันทำปฏิกิริยากับรอยนั้นสัก 10-15 วินาที และค่อยใช้ผ้าซับๆออก มันสามารถสลายคราบพร้อมกับกลิ่นที่มาจากสิ่งเหล่านั้นได้ด้วย

ข้อแนะนำ : ควรเทน้ำโซดาลงไปบนพรมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (½ – 1 ฝา) เพราะถ้าคุณเทมากเกินไป มันจะเหมือนน้ำที่ซึมลงไปด้านล้างสุดของพรม และทำให้เกิดเชื้อราได้

1.4 คราบหมึกซึม ถ้าคราบที่เกิดขึ้นบนพรมคือรอยหมึกจากปากกา แนะนำให้คุณลองใช้นมผสมกับแป้งข้าวโพด โดยหลังจากคุณทำการผสมในถ้วยให้เข้ากันแล้ว ให้เทมันลงบนคราบหมึก แล้วใช้แปรงสีฟันที่แห้งค่อยๆถูมันออกอย่างละเมียดละไม หมึกเหล่านั้นจะลอยขึ้นมาและซึมกลับไปที่ขนของแปรงสีฟัน

2. กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์
2.1 น้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูนั้นเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการกำจัดกลิ่นและคราบเล็กๆน้อยๆ และเพื่อไม่ให้พรมของคุณเต็มไปด้วยกลิ่นของน้ำส้มสายชู (ที่มากเกินไป) คุณจึงควรผสมน้ำสมสายขูเข้ากับน้ำเปล่าที่อัตราส่วน 1:1 ลงไปในขวดสเปรย์ และฉีดมันไปที่จุดที่มีคราบที่ส่งกลิ่น หลังจากนั้นค่อยนำผ้าแห้งค่อยๆซับมันออก

ข้อแนะนำ : คุณสามารถใช้น้ำส้มสายชูกำจัดคราบเล็กๆ รวมไปถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้เกือบทุกชนิด   

2.2 เบกกิ้งโซดา เป็นอีกหนึ่งของใช้ในครัวเรือนที่มีประโยชน์หลากหลายด้านมากๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการกำจัดกลิ่นที่ฝังแน่นบนพรม ซึ่งวิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดีมากเพื่อกำจัดกลิ่นที่เหม็นไปทั่วบ้านของคุณ เช่น กลิ่นควันบุหรี่ เพียงแค่คุณโรยผงเบกกิ้งโซดาลงไปบริเวณที่พรม ทิ้งไว้สัก 1-2 ชั่วโมง จากนั้นค่อยดูดฝุ่นอีกที เท่านี้กลิ่นฝังแน่นที่อบอวลไปทั่วบ้านก็จะหายไป

ข้อแนะนำ : คุณควรโรยผงเบกกิ้งโซดาเฉพาะบริเวณที่ส่งกลิ่นเท่านั้น เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด

2.3 มันฝรั่ง มันอาจจะดูเป็นสิ่งแปลกที่จะนำมาวางไว้บนพรม แต่จริงๆแล้ว มันฝรั่งนั้นมีสรรพคุณช่วยลดกลิ่นได้ เพียงแค่คุณขูดมันฝรั่งออกมาเป็นชิ้นๆและนำไปวางไว้บนพรม ปล่อยทิ้งไว้สัก 4-5 ชั่วโมง แล้วค่อยดูดฝุ่นหลังจากนั้น กลิ่นเหม็นต่างๆก็จะบรรเทาลง

ข้อแนะนำ : ในขั้นตอนสุดท้าย ควรใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นหรือเครื่องดูดฝุ่นที่มีแรงดูดสูง เพื่อทำความสะอาดให้หมดจด

3.ดูดฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อยู่ในพรม
3.1 ใช้หุ่นยนต์/เครื่องดูดฝุ่นคุณภาพสูง การดูดฝุ่นนั้นเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับการทำความสะอาดพรม (แต่ก็ต้องทำร่วมกับวิธีอื่นๆ ด้วย) และในการเลือกซื้อหุ่นยนต์นั้นสิ่งที่คุณต้องคำนึงถึงก็คือ

      – พลังการดูด : การดูดฝุ่นและสิ่งสกปรกที่มีขนาดเล็ก (เช่น เม็ดทราย) ที่ฝังแน่นอยู่ในพรม ถ้าพละกำลังการดูดของตัวเครื่องนั้นไม่เพียงพอ ก็จะไม่สามารถกำจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ลึกๆได้ สิ่งที่คุณต้องการคือหุ่นยนต์/เครื่องดูดฝุ่นที่มีพลังการดูดที่แรงพอ 

     – ไส้กรองคุณภาพสูง : ยังมีเครื่องดูดฝุ่นบางประเภทที่ยังใช้ถุงเป็นที่กักเก็บฝุ่น และไม่มีไส้กรอง ทำให้ไม่สามารถกักเก็บฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีโอกาสที่ฝุ่นจะรั่วออกมาจากตัวถุงได้

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นหรือเครื่องดูดฝุ่นนั้น ทั้งสองก็มีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันไป ซึ่งคุณสามารถเข้าไปอ่านบทความนี้ เพื่อศึกษาข้อมูลและนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ

3.2 ดูดฝุ่นเป็นประจำทุกสัปดาห์ คุณก็ควรกำหนดวันที่จะดูดฝุ่นและทำความสะอาดพรมอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงสัปดาห์ ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ทำให้เกิด เชื้อรา แบคทีเรีย รวมไปถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ฝังแน่น

3.3 ทำความสะอาดเป็นประจำทุกวันในบริเวณที่มีการใช้งานบ่อย ถ้าที่บ้านหรือที่ทำงานของคุณมีพื้นที่ที่ใช้พรมปูพื้นเป็นแนวยาว แน่นอนว่าผู้คนภายในบ้านหรือที่ทำงานก็มีโอกาสเดินผ่านและใช้งานมันเป็นประจำทุกวัน ดังนั้นในตอนท้ายของแต่ละวัน คุณควรดูดฝุ่นเพื่อรักษาความสะอาดของพรมไว้ ไม่อย่างนั้นพื้นที่บริเวณที่นำพรมไปวางอาจจะเกิดกลิ่นอับ และทำให้อากาศภายในบริเวณนั้นแย่ลงได้

สรุป
แม้ว่าคุณจะรู้วิธีการจัดการกับสิ่งสกปรกที่อยู่ข้างในพรมแล้ว แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ พฤติกรรมที่ดีของคนในบ้านหรือที่ทำงาน ซึ่งถูกสร้างขึ้นได้ เช่น การกำหนดกฎระเบียบเพื่อให้ทุกคนถอดรองเท้าก่อนที่จะเดินเข้ามาในพื้นที่ส่วนที่เป็นพรม หรือให้พวกเขาเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นเมื่อนำอาหารและเครื่องดื่มเข้ามาในบริเวณนั้น พฤติกรรมที่ดีที่เหล่านี้จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการทำความสะอาด และเพิ่มเวลาว่างให้คุณได้ทุ่มเทในสิ่งที่คุณรักมากขึ้น

บำรุงริมฝีปากของคุณ ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ

นอกจากเรื่องผิวหน้าที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ให้ความสำคัญแล้ว การดูแลริมฝีปากให้ดูมีสุขภาพดี เนียนนุ่มชุ่มชื้นก็เป็นเรื่องที่ต้องดูแลเช่นกัน การที่เราสวยอย่างเดียวแต่ปากไม่ชุ่มชื่นนั้นก็อาจจะทำให้เราหมดเสน่ห์ไปได้ วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับเพื่อบำรุงริมฝีปากของคุณให้ดูมีเสน่ห์และน่ามองมาฝาก

  • ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว เพื่อบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน ป้องกันการลอกแตกเป็นขุยๆ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีธรรมชาติที่ไม่ได้ดีต่อริมฝีปากเท่านั้น แต่ดีต่อสุขภาพร่างกายของเราด้วยนะคะ
  • สครับริมฝีปากสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยเลือกใช้สครับสำหรับขัดปากที่มีขายทั่วไป หรืออาจจะใช้นำผึ้ง น้ำตาล และวาสลีน อย่างละครึ่งช้อนชา นำมาผสมกันแล้วนำไปนวดๆ วนๆ ให้ทั่วริมฝีปาก ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นให้ใช้สำลีชุบน้ำเช็ดออกเบาๆ
  • บำรุงด้วยลิปบาล์มหรือทาลิปมันเป็นประจำ ทาลิปบาล์มที่มีส่วนผสมให้ความชุ่มชื่นอย่างกลีเซอรีน หรือสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีและอี ช่วยบรรเทาริมฝีปากที่แตกได้
  • หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้ปากดำ เช่น ลิปสติกที่ทำให้เกิดการแพ้ เผชิญแสงแดดแรงๆ โดยไม่ทาลิปที่มีสารป้องกันแสงแดด การสูบบุหรี่เป็นประจำ หรือแม้กระทั่งการเลียริมฝีปากบ่อยๆ
  • ใช้แปรงสีฟันเป็นตัวช่วย หลังจากแปรงฟันเสร็จแล้ว ให้ใช้แปรงสีฟันค่อยๆ ถูไปมาแบบเบาๆ บริเวณริมฝีปากทั้งบนและล่างเป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นการช่วยขจัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วออกไป ให้เผยผิวใหม่ทำให้ปากดูอมชมพูมากขึ้น

เพราะริมฝีปากก็เป็นส่วนหนึ่งในร่างกายที่เราควรดูแล และบำรุงให้นุ่มเนียน ชุ่มชื้นดูสุขภาพดีอยู่เสมอ ยังไงอย่าลืมนำเคล็ดลับที่นำมาฝากกัน ลองไปทำตามดูนะ เพื่อความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ยากเลยใช่ไหมกับการดูแลริมฝีปากของเราให้ชุ่มชื่น ฉะนั้นห้ามมองข้ามเจ้าปัญหาริมฝีปากแห้งแตกเด็ดขาด

เพื่อนแท้นั้นต้องวัดจากอะไร

     ในชีวิตของเรานั้นมีช่วงเวลาที่ผ่านมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงสมัยอนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย หรือช่วงที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหน เราก็มักจะมีเพื่อนสักคน หรืออาจจะหลายคนในช่วงเวลานั้นๆ แต่เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเพื่อนคนไหนนั้นเป็นเพื่อนแท้สำหรับเรา เพราะเพื่อนแท้นั้นวัดกันจากระยะเวลาที่คบ หรือวัดจากเรื่องที่ทำให้รู้จักกันไม่ได้ เพราะเพื่อนแท้นั้นต้องวัดจากความจริงใจ และความหวังดี ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่ดี ก็สามารถแปรเปลี่ยนมาเป็นเพื่อนแท้ได้ เพราะมันไม่มีคำนิยามว่าเพื่อนแท้จะต้องมาจากที่ไหน

1. เชื่อใจกันและกัน

เคยเป็นกันไหมบางวันอาจมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น หรือมีเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามานับครั้งไม่ถ้วน เรื่องราวเหล่านั้นอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคุณ หรือเป็นเรื่องราวที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไร การมีเพื่อนแท้อยู่ข้างๆ คอยเชื่อใจกันไม่คล้อยตามในสิ่งที่หลายคนมองว่าคุณผิด คอยให้กำลังใจอยู่เสมอ ถือเป็นเรื่องราวดีๆ และทำให้เรามีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ เขาจะคอยปกป้องคุณในวันที่สาวๆ อาจทำอะไรผิดพลาดไป เมื่อหันไปแล้วก็ยังมีเพื่อนคนนี้อยู่ นั่นถือเป็นเรื่องราวดีๆ ในชีวิต

2.คอยเติมพลังบวกให้กัน

ทุกคนคงเคยมีวันที่รู้สึกเหนื่อย ท้อ หมดกำลังใจ ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหนก็ดูเหมือนจะมีแต่ปัญหา ถ้าเจอแบบนี้คงทำให้จิตใจห่อเหี่ยวไม่น้อยเลยนะคะสาวๆ แต่จะดีแค่ไหนหากวันนั้นของคุณหันไปแล้วเจอเพื่อนคนหนึ่งคอยให้กำลังใจ เป็นเหมือนพลังบวกให้ อาจจะด้วยคำพูดที่ให้กำลังใจ การพาไปกินของอร่อยๆ ด้วยกัน หรือแม้กระทั่งการอยู่ข้างๆ ในวันที่แย่เหล่านั้น สิ่งนี้จะสามารถช่วยให้สาวๆ มีกำลังใจขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ

3.อยู่เคียงข้าง และคอยสนับสนุนสิ่งต่างๆ

หลายครั้งที่เราต้องการเพียงใครสักคนที่คอยซัพพอร์ตในสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เช่น เปลี่ยนงานใหม่ การเลือกแฟน หรือแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการซื้อของใช้ เพื่อนที่ดีจะคอยเชียร์เป็นแรงใจ คอยสนับสนุนสิ่งต่างๆ เหล่านี้ และไม่ว่าสิ่งนั้นจะยิ่งใหญ่หรือเป็นเรื่องเล็กน้อย ก็ไม่เคยจากไปไหน แถมยังเป็นกำลังใจที่ดีให้เราอีกด้วย

4.พากันไปทางที่ดีขึ้นเพื่อพัฒนาตัวเอง

หากสาวๆ เป็นอีกคนที่รู้สึกอยากพัฒนาตัวเอง และอยากก้าวออกจาก Comfort Zone อะไรเดิมๆ ที่เป็นอยู่ แต่ยังไม่มีความมั่นใจและไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน การมีเพื่อนที่ดีเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะเขาจะพาเราก้าวข้ามความกลัวไปสู่อะไรใหม่ๆ และเมื่อไรที่รู้สึกไม่มั่นใจในการกระทำบางอย่าง การมีเพื่อนที่คอยสนับสนุนอยู่ข้างๆ หรือมีเพื่อนที่คอยทำให้เราพัฒนาตัวเองไปด้วยกัน จะช่วยเรียกความมั่นใจได้เป็นอย่างดีเลย

5.พร้อมรับฟังปัญหาของคุณ

ในวันที่เจอกับปัญหาเข้ามาอย่างหนัก ไม่ว่าจะเรื่องงาน เงิน ความรัก สารพัดปัญหาที่เข้ามาอย่างไม่รู้จบ ถ้ามีเพื่อนสักคนคอยรับฟัง และเป็นกำลังใจให้ มันคงเป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่น้อยเลยใช่ไหม ดังนั้นเพื่อนที่ดีจะคอยเป็นกำลังใจ และรับฟังปัญหาของคุณอยู่เสมอ ซึ่งไม่ใช่การฟังอย่างผ่านๆ ให้จบไปนะคะ แต่เป็นการตั้งใจฟังจริงๆ และช่วยกันแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน สิ่งเหล่านี้จะทำให้สาวๆ ไม่รู้สึกว่าต้องเผชิญปัญหาอยู่เพียงลำพัง เพราะการมีเพื่อนที่ดี มันช่วยทำให้เราผ่านสิ่งเหล่านี้ไปได้

6.คอยปรับตัวเข้าหากันอยู่เสมอ

เชื่อว่าแต่ละคนย่อมมีอุปนิสัยที่แตกต่างกันออกไป คงมีเรื่องที่เราชอบและสิ่งที่เราไม่ชอบอยู่ในตัวเองกันอยู่แล้วใช่ไหมคะ ซึ่งเพื่อนของเราก็เช่นกัน บางครั้งนิสัยสาวๆ กับเพื่อนอาจมีบางเรื่องที่ไม่ตรงกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันอยู่ได้คือ การปรับตัวเข้าหากันอยู่เสมอ เพราะคงไม่มีอะไรที่ถูกใจเราไปหมดทุกอย่าง ดังนั้นการที่เราปรับตัวเข้าหากัน ถือเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์เลย

7.ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน

ใครว่าเพื่อนจะต้องอยู่ในเวลาที่เรามีแต่ความสุขเท่านั้น ความจริงแล้วถ้าเราอยากรู้ว่าใครเป็นเพื่อนแท้ ให้ลองมองว่าช่วงเวลาที่เราจมกับความทุกข์มีใครที่อยู่ตรงนั้นกับสาวๆ บ้าง อาจไม่ใช่ทุกช่วงเวลาที่เป็นทุกข์ แต่ก็เป็นส่วนใหญ่ที่อยู่ด้วยกัน ไม่ใช่อยู่ด้วยเฉพาะเวลามีความสุขเท่านั้น ดังนั้นเพื่อนแท้จะอยู่กับเราในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นตอนมีความสุข หรือตอนที่พบเจอปัญหา

8.ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

เมื่อถึงเวลาที่เกิดปัญหาหรือเวลาที่มีเรื่องต้องการความช่วยเหลือ สังเกตกันหรือเปล่าคะมักจะมีคนคนหนึ่งที่คอยยื่นมือเข้ามาช่วยเราอยู่เสมอและมันจะเป็นคนเดิมๆ จนบางครั้งเราแทบไม่ต้องขอความช่วยเหลือเลย แต่เพื่อนคนนี้จะรู้ทันทีเมื่อเวลาเกิดปัญหาขึ้น ดังนั้นอีกหนึ่งสิ่งที่คนเป็นเพื่อนแท้จะมีคือ คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ

9.มีความเกรงใจให้กันอยู่เสมอ

สุดท้ายแล้วเพื่อนแท้ยังคงต้องมีความเกรงใจ เว้นช่องว่างให้กันอยู่เสมอ ไม่ใช่ว่าสนิทกันแล้วจะสามารถพูดจาทำร้ายจิตใจ หรือทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง สิ่งหนึ่งที่ต้องมีเลยคือ ความเกรงใจให้กัน แต่ไม่ใช่ว่าสูญเสียความเป็นตัวเอง หรือทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวตนนะคะ เพียงแต่จะทำอะไรให้รักษาน้ำใจกัน และคิดถึงความรู้สึกอีกฝ่ายอยู่เสมอนั่นเอง

     ทั้งหมดนี้เป็นเพียงพื้นฐานของมิตรภาพความสัมพันธ์เท่านั้น ซึ่งในชีวิตจริงสาวๆ ยังต้องพบเพื่อนอีกมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่จะเป็นตัวคัดกรองเพื่อนแท้ในชีวิต คงหนีไม่พ้นเรื่องของระยะเวลานั่นเอง ดังนั้นเวลาจะเป็นคำตอบเองว่าใครคือเพื่อนแท้ของเรา

หลีกเลี่ยง 10 นิสัยแย่ๆ ถ้าอยากประสบความสำเร็จในชีวิต

    ไม่ว่าใครๆ ก็อาจจะรู้จักคำว่าสำเร็จ แต่จะมีสักคนกี่คนที่อยากได้ความสำเร็จแล้วทำได้สำเร็จ เพราะจริงๆแล้วความสำเร็จนั้นย่อมมากจากความพยายาม จากนิสัยและพฤติกรรมของตัวเอง และกว่าจะทำอะไรได้สำเร็จนั้น เราต้องมาดูว่าเรานั้นควรจะหลีกเลี่ยง 10 นิสัยแย่ๆ ถ้าอยากประสบความสำเร็จในชีวิต

1.มองโลกในแง่ลบ
ทุกการกระทำมักเริ่มจากความคิดของคุณเป็นหลัก ถ้าความคิดเริ่มต้นเป็นความคิดติดลบมองโลกในแง่ร้ายไปเสียหมด ก็ย่อมทำให้ชีวิตของคุณไม่มีความสุข นั่นย่อมส่งผลถึงการกระทำต่างๆได้ แต่หากคุณมองโลกในแง่ดี มองสิ่งร้ายๆที่เกิดขึ้น หรือความผิดพลาดเป็นเสมือนเป็นบทเรียนอันล้ำค่า นอกจากจะทำให้คุณได้บทเรียนจากความผิดพลาดแล้ว ยังทำให้ชีวิตคุณมีความสุขและมีกำลังใจในการช้ชีวิตขึ้นอีกเยอะ อยากประสบความสำเร็จก็ลองปรับเปลี่ยนมุมมองกันนะ

2.ผลัดวันประกันพรุ่ง
สิ่งยุติธรรมของโลกใบนี้ที่ทุกคนมีเท่าเทียมกันไม่ว่าจะยากดีมีจนคือเวลา หลากหลายคนที่ประสบความสำเร็จทริคลับคือการวางแผนจัดการเวลา และลงมือทำให้มันเป็นจริง แต่สำหรับหลายๆคนที่เพ้อฝัน มีความคิดริเริ่มจะทำสิ่งต่างๆ มากมาย แต่มักใช้คำพูดติดปากว่าเดี๋ยวก่อนพรุ่งนี้ค่อยลงมือทำ แต่ก็ไม่ได้ลงมือทำลงฝันให้เป็นจริงสักที หากคุณอยากทำให้บางสิ่งเป็นจริงถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้ แล้วเมื่อไหร่จะพบกับความสำเร็จละ

3.ไม่กระหายเรียนรู้/ขี้เกียจ
โลกใบนี้หมุนเปลี่ยนไปทุกวัน แถมผู้คนที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ก็มีหลากหลายล้านคน แต่ถ้าหากคุณทะนงตัวเปรียบเสมือนเป็นน้ำเต็มแก้วที่ไม่แรงบันดาลใจ หรือกระหายในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆแล้วละก็ นั่นหมายถึงคุณหยุดพัฒนาเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองไปเสียแล้ว อย่าลืมว่าคุณที่ประสบความสำเร็จต้องมีความรู้ เท่าทัน และต้องก้าวนำคนอื่นอยู่เสมอ คุณสมบัติเหล่านี้ย่อมนำให้ชีวิตของคุณพบเจอกับความสำเร็จได้ไม่ยาก

4.หัวดื้อไม่รับฟังคนอื่น
คนที่ประสบความสำเร็จต้องรับฟังข้อติเตียน หรือข้อเสนอจากคนรอบข้าง แต่รับฟังคนรอบข้างในที่นี้ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานทางสายกลางและเป็นไปตามจุดยืนของคุณด้วย การรับฟังคนรอบข้างมากจนเกินไป จนทำให้คุณเปลี่ยนจุดยืนในการทำสิ่งนั้นโดยสิ้นเชิง หรือนำข้อติชมมาคิดเสียใจ และจมปลักอยู่กับความคิดเป็นลบก็จะทำให้ใจเป็นทุกข์ก็ไม่เป็นผลดีทั้งสิ้น ดังนั้นลองเปิดใจรับฟังข้อเสนอ โดยใช้ข้อมูลต่างๆ และจุดยืนของคุณมาคิดวิเคราะห์ในแต่ละข้อร่วมกันไปด้วยจะดีที่สุด

5.จมปลักอยู่กับอดีต
มีผู้คนมากมายจมปลักอยู่กับอดีตและไม่ยอมก้าวข้ามไปข้างหน้า หรือบางคนที่เพ้อฝันไปถึงอนาคตโดยไม่ลงมือทำก็ถือเป็นคุณสมบัติของผู้ล้มเหลว บางครั้งอดีตที่หอมหวานหรืออดีตที่ขื่นชมเป็นสิ่งที่ผ่านมาและไม่สามารถย้อนไปแก้ไขอะไรได้แล้ว แต่คุณยังมีวันนี้ในการแก้ไขและทำให้อนาคตกลายเป็นสิ่งหอมหวานและไปสู่ความสำเร็จได้ ขึ้นอยู่กับคุณพร้อมและกล้าจะลงมือทำมันหรือเปล่า

6.ยอมแพ้ง่ายๆ
ความสำเร็จเป็นสิ่งที่ไม่ได้ใช้เวลาเพียงวันหรือสองวัน แต่ต้องใช้ความอุตสาหะและความพากเพียรอย่างยิ่งยวด ดังคำที่กล่าวว่า ความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยความล้มเหลวและอุปสรรคมากมาย หากคุณกำลังทำบางสิ่งและพบเจอกับความล้มเหลว อย่าได้ท้อใจหรือสิ้นหวัง แต่จงใช้ความล้มเหลวเหล่านั้นเป็นบทเรียน และอย่าได้ยอมแพ้เพื่อไปสู่จุดมุ่งหมาย แต่หากคุณกำลังท้อ ก็ลองมองกลับไปถึงความรู้สึกวันแรกที่คุณลงมือทำ หรือลองมองไปถึงอนาคตว่าถ้ามันสำเร็จขึ้นมาจริงๆ คุณจะรู้สึกดีใจเพียงไหน หรือลองพักเบรคเติมแรงใจแรงไฟแล้วเริ่มลงมือทำต่อไปเพื่อให้ความสำเร็จเป็นจริง

7.พูดมากกว่าลงมือทำ
ลองพูดให้น้อย แต่ลงมือทำให้มากขึ้นสิ อย่าได้เสียเวลาในการโอ้อวดให้มากความ เพราะคำพูดที่ปราศจากการกระทำไม่สามารถทำให้คุณพบเจอกับประตูแห่งความสำเร็จได้ มีผู้คนที่พบเจอความล้มเหลวมากมายใช้เวลาในแต่ละวันในการคุยโวโอ้อวด แต่คนที่ประสบความสำเร็จของจริง มักใช้เวลาในการโฟกัสเป้าหมายและลงมือทำมากกว่า คราวนี้คุณเลือกได้แล้วว่าจะพูดหรือจะลงมือทำ

8.ควบคุมอารมณ์ไม่เป็น
วุฒิภาวะทางอารมเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญมากในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ท่ามความกลางวุ่นวายและความน่าหงุดหงิดต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวย่อมทำให้คุณสามารถมีความหงุดหงิด อารมณ์เสียได้อย่างง่ายดาย ยิ่งการทำงานร่วมกับคนหมู่มาก การมีสติ ควบคุมอารมณ์และมีความยั้งคิดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเป็นตัวบ่งบอกความเป็นมืออาชีพและการรับมือต่อความกดดันได้ดีหรือไม่ เพราะเชื่อเถอะแค่การควบคุมสติและอารมณ์ก็ถือเป็นปัจจัยทำให้คุณไปสู่ความสำเร็จได้เช่นกัน

9.อยู่ในสิ่งแวดล้อมแย่ๆ
การพาตัวเองไปอยู่ในสังคม สิ่งแวดล้อมที่ดี ทำให้คุณสามารถพาตัวเองไปสู่เป้าหมายความสำเร็จในด้านดีๆได้เช่นกัน แต่หากพาตัวเองไปอยู่กับสังคม ผู้คน หรือสิ่งแวดล้อมแย่ๆ ก็อาจทำให้คุณลุ่มหลงและถูกกลืนกินเข้าสู่สังคมหรือเป็นไปในแบบผู้คนในลักษณะอย่างนั้นอย่างง่ายดาย ดังคำสุภาษิตไทยที่ว่า คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล

10.ขาดการวางแผนชีวิต
ความสำเร็จเริ่มต้นที่การวางแผน การร่างแผนต่างๆ ให้เป็นระบบระเบียบ นอกจากจะช่วยให้คุณทำงานและดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน ช่วยลดเวลาในการทำสิ่งต่างๆ อย่างไม่พลาดหรือหลงลืมอะไรไป ก็ทำให้คุณทำสิ่งนั้นได้อย่างสำเร็จโดยง่ายขึ้น การวางแผนยังหมายถึงการวางแผนในการใช้ชีวิตด้วย เช่น การวางแผนการอดออม การวางแผนการทำงาน หรือการวางแผนในการใช้ชีวิตต่างๆอย่างเป็นระเบียบแบบแผน ในกรณีที่เกิดเรื่องไม่คาดคิด คุณก็สามารถงัดแผนเหล่านั้นมาแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

เคล็ดลับ แต่งห้องนอนอย่างไรให้หลับสบาย

     การจัดตกแต่งห้องนอนให้สวยงามนั้น ไม่ใช่เพียงแต่ให้ความสวยงาม สบายตาเท่านั้น แต่ช่วยให้เรามีความสุข หรือหายจากอาการเหนื่อยล้าหลังจากไปเจออะไรต่างๆมาทั้งวันด้วย เพราะการตกแต่งห้องนอนให้สวยงามนั้น ก็เหมือนเป็นบ้านที่แสนอบอุ่นของเรา วันนี้เราจึงมี เคล็ดลับ แต่งห้องนอนอย่างไรให้หลับสบาย มาฝากกัน หากเราหลับสบายก็จะเหมือนเราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และมีพลังให้เราได้ใช้ชีวิตในวันต่อไป

1. ควรใช้สีโทนเย็นแต่งห้อง
     เพราะโทนสีนั้นถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการแต่งห้องนอนที่สามารถส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจของผู้อยู่อาศัยได้ ยิ่งโดยเฉพาะคนที่นอนไม่ค่อยหลับด้วยแล้ว การใช้สีโทนเย็น (Cool Colors) แต่งห้อง จะช่วยสร้างความรู้สึกสงบ ปลอดภัย และผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าที่เผชิญมาในแต่ละวันได้มากกว่าสีโทนร้อน (Warm Colors) ซึ่งมักเป็นกลุ่มสีที่จะกระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกให้ตื่นตัว กระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา

     สำหรับสีโทนเย็นที่ผู้คนนิยมนำมาแต่งห้องนอนก็มีตั้งแต่สีฟ้า สีน้ำเงิน และสีเขียว ซึ่งเป็นสีที่ดวงตาของมนุษย์สามารถมองเห็นได้โดยตรงจาก Retina จึงไม่แปลกที่เราจะรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้มองสีเขียวนั่นเอง

2. ควรหลีกเลี่ยงการวางทีวีในห้องนอน
     สาเหตุที่ต้องเลี่ยงการวางทีวีเอาไว้ในห้องนอนเป็นเพราะแสงจากจอทีวีจะไปรบกวนการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งทำหน้าที่ควบคุมนาฬิกาชีวภาพในร่างกายมนุษย์ได้ ดังนั้นถ้าไม่อยากถูกรบกวนให้นอนไม่หลับ ควรเลือกตั้งทีวีไว้บริเวณอื่นหรือกั้นโซนระหว่างพื้นที่ดูทีวีกับห้องนอนก็จะดีที่สุด

3. ควรเลือกหลอดไฟที่ให้ค่าสีเหมาะสม
     แสงไฟในห้องที่สว่างจ้ามากเกินไปก็อาจรบกวนการนอนหลับได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นสำหรับห้องนอนจึงควรเลือกหลอดไฟที่ให้ค่าสีของแสงระหว่าง 2700K – 4000K  ซึ่งเป็นค่าสีที่ให้ความสบายตาและช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เหมาะสมแก่การพักผ่อน

4. ควรปลูกต้นไม้
     การปลูกต้นไม้นอกจากจะช่วยสร้างความผ่อนคลายและเติมพื้นที่สีเขียวให้กับภายในห้องนอนแล้ว ต้นไม้บางประเภทยังช่วยดูดซับสารพิษและฟอกอากาศภายในห้องอย่างเช่น ต้นลิ้นมังกรที่จะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และคายออกซิเจนให้แก่เราในเวลากลางคืน จึงทำให้เรารู้สึกหลับสบายตามมานั่นเอง

ใครที่กำลังพบกับปัญหานอนไม่ค่อยหลับ ลองนำเคล็ดลับ แต่งห้องนอนอย่างไรให้หลับสบาย ของเราไปประยุกต์ใช้ได้เผื่อจะช่วยให้การนอนหลับนั้นทำได้ง่ายและสบายมากยิ่งขึ้น และจะได้นอนหลับเต็มอิ่ม ไม่รู้สึกว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ

วิธีการเดิมพันคาสิโนเกมพนันออนไลน์กับทางเว็บ IMIRICH 

      คาสิโน่ออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างมากของนักพนันออนไลน์ เป็นการสร้างประสบการณ์ให้เหมือนคาสิโน่สถานที่จริง โดยเป็นการเอามาร่วมกันทั้งหมดมาอยู่ในโลกออนไลน์ซึ่ง IMIRICH ก็มีบริการทุกท่านอย่างครบวงจรทุกเกมส์ โดยผู้เล่นนั้นเดิมพันกันเหมือนอยู่ในบ่อนจริงๆเลย ข้อดีของการเดิมพันออนไลน์นั้นก็มีหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้เดิมพันแบบไม่จำกัด เหมือนอยู่ในบ่อนจริง เพราะบ่อนจริงๆนั้นต้องจำกัดพื้นที่จำนวนคนผู้เข้าเล่น ไม่ต้องกังวลใจในการจุจำนวนคน โลกออนไลน์นั้นในบริการแบบตอบโจทย์ลูกค้า คนที่เล่นนั้นสามารถเล่นพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ และมีประเภทเกมส์ให้เลือกเล่นมากมายไม่ซ้ำหน้า

IMIRICH เปิดรับเดิมพันให้ลูกค้าร่วมสนุกกันอย่างเต็มที่
      IMIRICH เว็บเดิมพันออนไลน์มีการเดิมพันครบวงจร ทุกท่านสามารถ สมาชิกใหม่รับเครดิตฟรีง่ายๆโดยขั้นตอนในการรับเครดิตฟรีสามารถรับกันง่ายๆไม่ยุ่งยาก เพียงแค่คุณสมัครสมาชิกใหม่กับทาง IMIRICH เท่านั้น คุณก็จะได้รับกับเครดิตฟรีได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว ไม่ต้องมีขั้นตอนหลายขั้นตอน ทุกท่านนั้นไม่ต้องโพส ไม่ต้องแชร์ ไม่ต้องรอลุ้นให้เสียเวลา เพียงแค่คุณสมัครและนำยูสเซอร์มาให้แอดมินของเราทำการตรวจสอบเพียงไม่กี่วินาที ท่านก็สามารถรับเครดิตฟรีได้สูงสุดที่ 100 เพียงทำการฝากขั้นต่ำที่ 50 บาทก็มีสิทธิลุ้นรับได้เลยทันที

ทำไมต้อง IMIRICH เมื่อต้องการแทงบอลออนไลน์
      ปัจจุบันนั้นคนไทยต่างก็ชอบการเดิมพันกันเป็นอย่างมาก และคนไทยนั้นก็ชอบกีฬาเป็นอย่างที่สุด การเดิมพันที่ไทยนั้น ทุกคนก็รู้ว่ายังไม่ถูกกฎหมายในไทย ตอนนี้เลยมีการเดิมพันออนไลน์ขึ้นมา เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านนั้นได้เดิมพันกันอย่างสะดวก ทางเว็บ IMIRICH นั้น รูปร่างหน้าตา และเมนูต่างๆ ถูกออกแบบมาให้ง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้สะดวกในการเล่น แทงบอลออนไลน์ และ คาลิโนออนไลน์ ทางเว็บไซต์แทงบอลออนไลน์แห่งนี้นั้น ให้ความสำคัญกับสมาชิกเป็นหลัก ทาง ยูฟ่าเบท เล่งเห็นถึงความสำคัญ ของความต้องการ ของสมาชิกทุกๆท่าน โดยเฉพาะลูกค้าคนไทยที่ชื่นชอบ

      ส่วนใหญ่สมาชิกเว็บเกมคาสิโนเกมพนันออนไลน์ IMIRICH มักจะคุ้นเคยกับโบนัสฟรีเครดิตแบบไม่ต้องฝาก ที่ได้รับหลังจากสมัครสมาชิกและยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีโบนัสฟรีไม่ต้องฝากอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เสนอให้กับผู้เล่นใหม่โดยไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิกก่อน เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่อยากสร้างข้อผูกมัด หรือยังไม่สะดวกที่จะส่งข้อมูลยืนยันตัวตนหลังสมัครสมาชิก คาสิโนเกมพนันออนไลน์ IMIRICH หรือผู้ให้บริการรับพนันกีฬาออนไลน์เหล่านี้แจกเครดิตทดลองเล่นฟรี

      ย่อมทำให้เหล่านักเดิมพันเกมคาสิโนออนไลน์รู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการเข้ามาทดลองเล่น ทดลองวางเดิมพันดูเพื่อหาแนวทางหรือทดลองหาประสบการณ์เพื่อกันความผิดพลาด การให้ฟรีเครดิตทดลองเล่นแบบนี้จึงเป็นประโยชน์มากต่อนักพนันหน้าใหม่ แล้วแท้ที่จริงฟรีเครดิตเหล่านี้คืออะไร ใช้แล้วถอนเงินได้จริงหรือไม่ มีข้อตกลงหรือข้อจำกัดอะไรบ้าง เราจะมาไขทุกประเด็นไปพร้อม ๆ กัน เกมคาสิโนเกมพนันออนไลน์ IMIRICH ฟรีเครดิต 300  บาท ไม่ต้องทำกิจกรรม ไม่ต้องทำเทิร์น

ระบบ ฝาก-ถอน ออโต้ ให้ความสะดวกและรวดเร็วที่สุด
      นอกจากระบบเกมจะดีแล้ว ระบบ ฝาก-ถอน ของเราก็ดีไม้แพ่กัน ท่านสามารถทำรายการ ฝาก-ถอน ได้โดยไม่นานเกิน 30 วินาที และยังสามารถถอนได้โดยไม่ต้องแจ้งแอดมินหรือรอแอดมินถอนให้ เพราะเรามีรบบออตี่ทำได้โดยเพียงแค่ท่านคลิดที่ ถอนเงิน แล้วใส่จำนวนเงินที่ต้องการถอนลงไป เกิน 30 วินาที เงินท่านก็จะเข้าบัญชีท่านอย่างครบถ้วน

เครียดจากงาน เสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้

      หลายคนนั้นมักจะสะสมความเครียดจากงานเอาไว้มากๆ จนวันนึงความเครียดนั้นจะส่งผลต่อสุขภาพทางร่างกาย และจิตใจ เพราะความเครียดที่สะสมนั้นอาจจะมาจากการที่ทำงานเสร็จไม่ตรงเวลา หรือรับงานมามากเกินไป เพราะไม่มีใครยอมรับ จริงๆแล้ว เราควรทำงานให้พอดีกับตนเอง ไม่มากไปไม่น้อยไป การทำงานนั้นต้องจริงจังก็จริงแต่ควรจะมีมุมที่ผ่อนคลายบ้าง

      หากคุณต้องทำงานที่มีความรับผิดชอบสูง แต่ขาดการควบคุมอารมณ์ที่ดี อาจส่งผลให้คุณป่วยเป็นโรคถึงขั้นเสียชีวิตได้ การศึกษาที่ทำการวิเคราะห์ผลการศึกษาในยุโรปที่มีอยู่แล้ว 13 ชิ้น ที่ศึกษากลุ่มตัวอย่างกว่า 200,000 คน ที่มีงานทำและไม่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเส้นเลือดตีบตันใน 7 ประเทศของยุโรป พบว่า “ความเครียดในงาน” มีส่วนเชื่อมโยงต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจวาย และเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ที่เพิ่มขึ้นถึง 23%

      แม้ความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคหัวใจจะน้อยกว่าการสูบบุหรี่หรือการไม่ออกกำลังกายค่อนข้างมาก แต่ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์แลนเซ็ต  ระบุว่า พนักงานที่มีความเครียดในที่ทำงาน มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคหัวใจ มากกว่าความเครียดที่เกิดจากรณีอื่น ๆ


มูลนิธิหัวใจอังกฤษ เผยว่า ประเด็นสำคัญของการศึกษาครั้งนี้คือ เพื่อที่จะทราบถึงวิธีการรับมือต่อปัญหาในที่ทำงานได้อย่างไร โดยทีมนักวิจัยจากยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ กรุงลอนดอน เผยว่าการทำงานในทุกสาขาอาชีพอาจนำไปสู่ภาวะเครียดได้ง่าย โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางจะเกิดความเครียดได้ง่ายกว่าอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะมากนัก เช่นแพทย์ที่ต้องตัดสินใจรักษาคนไข้จะมีความเครียดมากกว่าคนงานในโรงงาน


      เมื่อศึกษาผลการศึกษาทั้ง 13 ชิ้นที่มีอยู่แล้วพบว่า ในช่วงต้นของการทำวิจัย กลุ่มตัวอย่างจะได้รับคำถามว่า พวกเขาได้รับงานมากเกินไปหรือไม่มีเวลาเพียงพอในการทำงานหรือไม่ หรือคำถามที่ว่าพวกเขามีเสรีภาพในการตัดสินใจในงานที่ทำมากเพียงใด ก่อนที่จะมีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม คือเครียดและไม่เครียด  ซึ่งพบว่าความเครียดในงานมีส่วนเกี่ยวข้องเล็กน้อย ทว่าเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ

นักวิจัยกล่าวว่า การลดความเครียดในการทำงานได้ จะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ร้อยละ 3.4 และมากถึงร้อยละ 36 หากหยุดสูบบุหรี่ มหาวิทยาลัยลอนดอนคอลเลจ ระบุว่า พนักงานที่ทำงานภายใต้ความเครียดมากๆ ในที่ทำงานประมาณร้อยละ 23 มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน และโรคหัวใจในอนาคตได้

ทีวี 4K สมาร์ททีวี น่าสนใจในราคาไม่เกิน 20,000 บาท

     ในยุคปัจจุบันนี้นั้น มี สมาร์ททีวีจากยี่ห้อต่าง ๆ เกิดขึ้นมาอย่างหลากหลาย การมองหาทีวีเครื่องใหม่ พร้อมฟังก์ชั่นที่อำนวยความสะดวกมากกว่าเครื่องเดิม บางทีอาจจะตัดสินใจได้ยาก วันนี้เราจึงรวบรวม  ทีวี 4K สมาร์ททีวีจากยี่ห้อที่หน้าซื้อมารวมไว้ในบทความนี้

1. Aconatic รุ่น 55RS543AN

     ทีวี 4K จาก Aconatic แอนดรอยด์ทีวีที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 รองรับคำสั่งด้วยเสียงภาษาไทย สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ ในบ้านได้แบบไร้สาย มาพร้อมกับการแสดงผลหน้าจอที่ให้ภาพสีสวย คมชัด สมจริง ดูเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่มเติมได้อีกด้วย ขนาดตัวเครื่องรวมขาตั้ง  78.2 (ความสูง) x 26 (ความลึก) x 123.1 (ความกว้าง) ราคา 11,900 บาท

2. Panasonic รุ่น TH-55HX600T

     ทีวี 4K จาก Panasonic มาพร้อมเทคโนโลยี 4K Colour Engine และ Hexa Chroma Drive ที่ดีไซน์มาเพื่อช่วยให้ภาพสว่าง คมชัดทุกรายละเอียด สีสันสดใส สมจริง พร้อมเปิดมุมมองของภาพให้กว้างและมีมิติมากขึ้น ขอบจอบาง ดีไซน์สวย เข้ากับการตกแต่งทุกสไตล์ ขนาดตัวเครื่องรวมขาตั้ง 79  (ความสูง) x 27.4 (ความลึก) x 123.6 (ความกว้าง)  ราคา 16,990 บาท

3. Samsung รุ่น UA55TU8000KXXT


     ทีวี 4K จาก Samsung ใช้ระบบการประมวลผลด้วย Crystal Processor 4K และแสดงผลผ่านจอ Crystal Display ช่วยแสดงสีให้สดใส มีชีวิตชีวาในระดับที่เหมาะสม สมจริง สว่างแม้ในจุดที่มืดที่สุด

     และเห็นชัดทุกรายละเอียด ดีไซน์ทันสมับกับจอไร้ขอบแบบ 3 ด้าน อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ต่าง ๆ และควบคุมการทำงานทุกระบบได้ด้วยรีโมทเดียว ขนาดตัวเครื่องรวมขาตั้ง 78.3  (ความสูง) x 25 (ความลึก) x 123 (ความกว้าง)   ราคา 19,990 บาท

4. Sony รุ่น KD-55X7500H

     ทีวี 4K จาก Sony ทำงานด้วย 4K Processor X1™ ระบบประมวลผลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยตัดสัญญาณรบกวน ให้ภาพที่ออกมาคมชัดทุกรายละเอียด รับสีสันได้มากขึ้น

      ให้ทุกฉากดูเป็นธรรมชาติและสมจริง ดีไซน์สวย ขอบบาง สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ที่ชื่นชอบได้ผ่าน Google Play Store ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ เพลง และเกม ขนาดตัวเครื่องรวมขาตั้ง 78.1  (ความสูง) x 34 (ความลึก) x 124.1 (ความกว้าง) ราคา 20,490 บาท 

ปีใหม่ ศักราชใหม่ แวะทำบุญ วัดในจังหวัดกาญจนบุรี

      ช่วงต้นปีใหม่แบบนี้ ผู้คนมักจะหาสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อไปท่องเที่ยวกันในวันหยุด วันนี้เราจึงมีวัดในจังหวัดกาญจนบุรี มาแนะนำให้ท่านได้เลือกไปทำบุญ ทำกุศลกัน เพราะบางท่านนั้นอาจจะไม่ได้ชอบไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ แต่ชอบเข้าวัดเข้าวามากกว่า และหากยังไม่รู้จะไปที่ไหน ก็สามารถดูจากบทความนี้ของเราได้เลย

1. วัดไชยชุมพลชนะสงคราม




     วัดไชยชุมพลชนะสงคราม หรือ วัดใต้ตั้งอยู่เลขที่ถนนไชยชุมพล  ตำบลบ้านใต้  อำเภอเมืองกาญจนบุรี  เป็นวัดพระอารามหลวง สร้างในสมัยกรุงศรี อยุธยาตอนปลายวัดนี้ตั้งอยู่บนริมแม่นํ้าแคว ทางทิศใต้

เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ระหว่างสงครามไทย รบกับพม่ามาแต่โบราณ  ส่วนมาก ทัพพม่าจะต้องยกทัพมาทางด่านพระเจดีย์  ๓  องค์  ผ่านตรงเข้าจังหวัดกาญจนบุรีแทบทุกครั้งและกองทัพไทย ที่ยกออกไปต่อต้านทัพพม่าก็จะต้องมาพักแรม ประชุมพลที่ตำบลปากแพรก หรือบริเวณอาณาเขตวัดไชยชุมชนะสงครามแทบทุกครั้ง

ที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม มีพระเจดีย์เก่าแก่องค์ หนึ่งอยู่ใกล้พระอุโบสถหลังเก่า ตั้งอยู่ริมตลิ่งพระเจดีย์องค์นี้มีชื่อทาง โบราณคดี กรมศิลปากรได้จัดขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้  นอกจากความสำคัญ ด้านประวัติศาสตร์แล้วสิ่งที่โดดเด่นของวัดใต้ ก็คือ เรือเทวดาอันงดงาม ที่ตั้งโดดเด่นอยู่ภายในวัด ซึ่งสร้างเพื่อใช้เป็นเมรุสำหรับตั้งศพของเจ้าอาวาส องค์เก่า หลังจากพิธีศพเสร็จสิ้นไป เรือเทวดาจึงกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือน

 

2. วัดถ้ำเสือ

     วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี  สิ่งที่สะดุดสายตาของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมวัด เพื่อกราบนมัสการพระธาตุ ก็คือ ความใหญ่โตกว้างขวาง ของวัด และพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรีตัวองค์ พระสวยงามประดับ ด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์  เมื่อเดินทางมาถึงด้านบน ก็พบกับความสดชื่นของลมที่พัดเย็น และแรงทีเดียว มองไปด้านล่างเห็นเป็นทุ่งนาเขียวขจี  นอกจากนี้ยังมีพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท องค์พระเจดีย์เป็นสีอิฐ ทั้งองค์ แบ่งเป็นชั้นต่าง ๆ หลายชั้น แต่ละชั้นจะ ประดิษฐาน พระพุทธรูปต่างๆ มากมาย จนถึงชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาติที่อัญเชิญ มา จากประเทศ อินเดีย และยังมีวิหารต่าง ๆ ให้เข้าไปสักการะพระพุทธรูปและชื่นชมความงดงามของจิตรกรรมฝาผนังภายใน เมื่อชมจนทั่วแล้วก็ลงไป ข้างล่างเพื่อเข้าถ้ำเสือ เป็นถ้ำขนาดเล็กอยู่บริเวณเชิงเขาด้านล่าง ภายในประดิษฐานพระประจำวันเกิดและจำหน่ายวัตถุมงคล

 

3. วัดแท่นหินลำภาชี

     วัดหินแท่นลำภาชี ตำบลหนองไผ่ อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัด กาญจนบุรี  อีกหนึ่งวัดที่สวยงามของจังหวัด มีอุโบสถบนสำเภาแก้ว สีขาว ประดิษฐานอยู่บนเรือหงส์ มีรูปปั้นของสมเด็จพระพุฒจารย์โตสีทององค์ใหญ่ด้านหน้าวัด ภายในอุโบสถมีพระประธาน ชื่อสมเด็จพุทธรัตนมุนีศรีโสธร ที่ล้อมรอบด้วยอสีติมหาสาวก หรือพระสาวกผู้ยิ่งใหญ่ 80 รูป  นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อทันใจ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของวัดอัญเชิญญาณจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากทั่วประเทศมาประดิษฐานไว้ในส่วนพระเกศ