วิธีใช้ผ้าอนามัยแบบสอดที่ถูกต้อง สำหรับมือใหม่

เราเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนต้องรู้จักผ้าอนามัยกันอยู่แล้วใช่ไหม เพราะผ้าอนามัยคือไอเทมสำคัญที่ผู้หญิงตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นต้องใช้เป็นประจำทุกเดือนจนกว่าจะถึงวัยหมดประจำเดือน แต่ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่อาจไม่รู้ว่าผ้าอนามัยไม่ได้มีแค่แบบแผ่นเท่านั้น เพราะยังมีผ้าอนามัยแบบสอดมาให้เราเลือกใช้ด้วย แต่ผ้าอนามัยแบบสอดมือใหม่ ใช้ได้หรือไม่ มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร และผ้าอนามัยแบบสอดซื้อที่ไหน วันนี้เราจึงนำ วิธีใช้ผ้าอนามัยแบบสอดที่ถูกต้อง สำหรับมือใหม่ มาฝากกัน

ผ้าอนามัยแบบสอด (Tampon) คืออะไร
ผ้าอนามัยแบบสอดหรือ Tampon คือผ้าอนามัยประเภทหนึ่งที่ผู้หญิงเราสามารถใช้ได้ไม่ต่างจากผ้าอนามัยแบบแผ่น (Pads) มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายสำลีอัดแข็ง ภายในจะมีเชือกเส้นเล็กๆ ติดอยู่ที่ปลาย มีทั้งแบบแท่งสำลีอัดแข็งที่ใส่เข้าไปได้เลยหรือแบบที่มีตัวนำอย่างแท่งพลาสติกช่วยดัน อีกทั้งยังมีให้เลือกหลายขนาดตามปริมาณของประจำเดือนของเราด้วย

ในประเทศไทยของเราผ้าอนามัยแบบสอดไม่ได้รับความนิยมมากนักเพราะหลายคนคิดว่า ผ้าอนามัยแบบสอดมือใหม่ อาจจะใช้ไม่สะดวก ใส่ยากและหาซื้อยาก แต่ความจริงแล้วเจ้าผ้าอนามัยแบบสอดนี้ได้รับความนิยมในต่างประเทศมานานแล้วค่ะ แต่อย่างไรก็ตามช่วงหลายปีมานี้ผ้าอนามัยแบบสอดเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้น หาซื้อง่ายขึ้น อีกทั้งยังได้รับความนิยมขึ้นในบรรดาผู้หญิงที่ต้องการการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวหรือต้องการทำกิจกรรมอย่างการว่ายน้ำในช่วงมีประจำเดือน เพราะฉะนั้น ลองมาดูข้อดี ข้อเสีย และวิธีการใช้งานผ้าอนามัยแบบสอดกันค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าผ้าอนามัยแบบสอดมือใหม่ใช้ได้หรือเปล่า

ข้อดีของผ้าอนามัยแบบสอด

  • เคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องตัว เหมาะสำหรับวันที่ต้องเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง เนื่องจากผ้าอนามัยแบบสอดจะทำให้เรารู้สึกสบายตัว ไม่อึดอัด ใครที่ชอบออกกำลังกายเบาๆ อย่างท่าโยคะแก้ปวดหลังไหล่หรือการเล่นโยคะอื่นๆ ผ้าอนามัยแบบสอดก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคุณค่ะ 
  • สามารถใช้งานได้แม้อยู่ในน้ำจึงไม่มีปัญหาแม้ต้องการว่ายน้ำช่วงมีประจำเดือน แต่ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทันทีหลังขึ้นจากน้ำค่ะ 
  • เนื่องจากผ้าอนามัยแบบสอดมีลักษณะเป็นแท่ง จึงมีน้ำหนักเบา พกพาง่ายและสะดวกกว่า ไม่เปลืองเนื้อที่เวลาต้องพกติดตัว สามารถพกติดกระเป๋าได้ทุกวัน ไม่ต้องเปิดแอพเช็คประจำเดือนบ่อยๆ ก็มั่นใจว่าประจำเดือนมาเมื่อไรก็หยิบผ้าอนามัยในกระเป๋ามาเปลี่ยนได้เลย
  • ข้อเสียของผ้าอนามัยแบบสอด
  • อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองเนื่องจากช่องคลอดเป็นส่วนที่บอบบางและไวต่อความรู้สึก
  • ไม่ควรเลือกใช้ผ้าอนามัยแบบสอดที่มีกลิ่นหอมเพราะน้ำหอมอาจไปทำให้ค่า pH เสียสมดุลจนเกิดเชื้อราและยีสต์ในช่องคลอดได้
  • การเลือกผ้าอนามัยแบบสอดมือใหม่ต้องให้ความสำคัญ เลือกใช้ยี่ห้อที่มีคุณภาพ ไม่อย่างนั้นอาจเสี่ยงติดเชื้อได้ เช่น เชื้อคลอรีนที่ถูกผสมมาสำหรับฟอกขาว หากสัมผัสกับสารเคมีเหล่านี้เป็นประจำอาจเป็นสาเหตุก่อมะเร็งได้ 
  • หากไม่เปลี่ยนทุก 4 ชั่วโมงอาจเป็นสาเหตุก่อเชื้อ Exototin ที่มีฤทธิ์ทำลายระบบต่างๆ ในร่างกาย หรือที่เรียกว่าอาการ Toxic Shock Syndrome (TSS) ซึ่งอาจเป็นอันตายถึงชีวิต 

ผ้าอนามัยแบบสอดมือใหม่ ก็ใช้ได้ถ้ารู้วิธีใส่ที่ถูกต้อง
เมื่อได้เห็นข้อเสียของผ้าอนามัยแบบสอดมือใหม่หลายคนอาจรู้สึกหวั่นๆ แต่ความจริงแล้วหากเรารู้จักวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง ผ้าอนามัยแบบสอดก็จะเป็นตัวช่วยให้ผู้หญิงเราคล่องตัวและสะดวกสบายขึ้นมากในช่วงมีประจำเดือน เพราะฉะนั้นลองมาดูวิธีใช้งานผ้าอนามัยแบบสอดที่ถูกต้องกันดีกว่า

  1. สำหรับใครที่เพิ่งใช้งานครั้งแรก ให้เลือกผ้าอนามัยแบบสอดที่เป็นชนิดบางเพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บหรืออึดอัด เมื่อเริ่มคุ้นเคยแล้วจึงเลือกขนาดตามความเหมาะสมกับปริมาณประจำเดือนของเราค่ะ 
  2. ก่อนใส่ผ้าอนามัยต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
  3. นั่งหรือยืนในท่าที่สะดวก หากยืนให้วางขาข้างหนึ่งไว้พื้นที่ที่สูงกว่า เช่น บนชักโครก เพื่อให้ใส่ผ้าอนามัยสะดวกขึ้น
  4. ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้เปิดปากช่องคลอดแล้วสอดผ้าอนามัยแบบสอดเข้าไปโดยหันด้านที่มีเชือกออกมาด้านนอกนะคะ ค่อยๆ ใช้นิ้วข้างที่ถนัดดันผ้าอนามัยเข้าไป ส่วนใครเลือกใช้แบบมีแท่งพลาสติกช่วยดัน ให้ดันไปจนถึงจุดที่มีเครื่องหมายกำหนดไว้แล้วจึงนำแท่งพลาสติกออก ให้ปลายเชือกเหลืออยู่เล็กน้อยพอให้ดึงผ้าอนามัยออกมาได้สะดวก
  5. สำหรับการถอด หลังล้างมือเรียบร้อยแล้วให้นั่งหรือยืนท่าเดียวกับตอนใส่ จากนั้นใช้มือแหวกช่องคลอดออกเล็กน้อยแล้วดึงเชือกที่ติดอยู่กับปลายผ้าอนามัยแบบสอดออกมาเบาๆ ห่อกระดาษให้เรียบร้อยแล้วทิ้งได้เลย

เห็นไหมว่าผ้าอนามัยแบบสอดมือใหม่ก็สามารถใส่ได้แค่เราต้องลองฝึกใส่แบบถูกวิธี อย่าลืมเลือกซื้อผ้าอนามัยแบบสอดจากยี่ห้อที่ได้คุณภาพ เช่น ยี่ห้อโซฟีหรือโอบี เพื่อให้มั่นใจในความสะอาด ปลอดภัย รวมถึงล้างมือทั้งก่อนและหลังใส่ผ้าอนามัยทุกครั้ง รวมถึงเปลี่ยนผ้าอนามัยแบบสอดแท่งใหม่ทุก 4 ชั่วโมง เท่านี้ก็ช่วยให้เรามั่นใจทุกครั้งแล้ว

เจลบำรุงผิวหน้าและครีมบำรุงผิวหน้าต่างกันอย่างไร

เวลาที่เลือกซื้อมอยเจอร์ไรเซอร์หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หลายคนคงจะสงสัยกันว่าเจลบำรุงผิวหน้าและครีมบำรุงผิวหน้าต่างกันอย่างไร จนทำให้เลือกไม่ถูกว่าควรจะใช้ไอเทมไหนกันแน่ในการบำรุงผิว ดังนั้นในตอนนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันดีกว่า

เจลบำรุงผิวหน้านั้นต่างจากครีมบำรุงผิวหน้าตรงที่มีส่วนผสมของน้ำเป็นหลักและพยายามลดส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่มีความบางเบากว่า ซึมลงสู่ผิวได้เร็วกว่าแบบครีม ทำให้เจลบำรุงผิวหน้าเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะสมกับคนที่มีสภาพผิวมัน เนื่องจากน้ำมันในครีมบำรุงผิวมักจะเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน หรือเพิ่มความมันส่วนเกินมากขึ้นบนผิวหน้า ด้วยเนื้อสัมผัสที่มีความเบาและมีส่วนผสมของน้ำมากกว่าน้ำมันยังลดความเสี่ยงในการระคายเคืองผิว จึงเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับคนที่มีผิวบอบบางและแพ้ง่ายด้วยเช่นกัน

วิธีการเลือกเจลบำรุงผิวหน้า
ปัจจุบันนี้หลาย ๆ แบรนด์ก็ได้พัฒนาเจลบำรุงผิวหน้าออกมามากมายหลายสูตรกันเลยทีเดียวค่ะ โดยแต่ละสูตรก็จะเหมาะสมกับสภาพผิวและการใช้งานที่แตกต่างกันไป ดังนั้นหากคุณเข้าใจวิธีการเลือกเจลบำรุงผิวหน้าอย่างเหมาะสมแล้วก็จะช่วยให้คุณสามารถเลือกเจลบำรุงผิวหน้ามาใช้ได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น

เลือกเจลบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมเด่น ๆ ช่วยจัดการปัญหาผิว
เรื่องหลักสำคัญเวลาเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก็คือการตรวจดูส่วนผสมที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพราะประสิทธิภาพในการดูแลผิวนั้นขึ้นอยู่กับส่วนผสมที่ใช้ การมีความรู้เพียงพอเกี่ยวกับส่วนผสมเด่น ๆ ที่ช่วยดูแลผิวในเรื่องต่าง ๆ ก็จะยิ่งทำให้คุณสามารถเฟ้นหาเจลบำรุงผิวหน้าที่จัดการกับปัญหาผิวที่คุณเผชิญอยู่ได้

Hyaluronic Acid เพิ่มความชุ่มชื้น
ไฮยาลูรอน หรือ Hyaluronic Acid นั้นเป็นตัวแม่แห่งการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยรักษาและล็อกน้ำให้อยู่ในผิวได้ยาวนาน ผิวหน้าที่มีปริมาณ Hyaluronic Acid เพียงพอนั้นมักจะมีความนุ่มเนียนและยืดหยุ่น และถึงคุณจะมีสภาพผิวมันก็ไม่ได้หมายความว่าผิวของคุณจะมีความชุ่มชื้นมากเกินไปแต่อย่างใด ดังนั้น จึงควรจะหมั่นบำรุงเติมน้ำให้ผิวด้วย Hyaluronic Acid อย่างเป็นประจำ เพราะเป็นสารที่มีอนุภาคเล็กซึมลงสู่ผิวได้ง่าย ไม่ทิ้งความเหนียวหรือความมันเอาไว้เหมือนส่วนประกอบจำพวกน้ำมัน

Ceramide เสริมความแข็งแรงให้ผิว
ผิวที่มีความบอบบางและเสื่อมโทรม มีปัญหาผิวกวนใจอยู่บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะเกิดจาก Ceramide ในผิวที่ลดน้อยลง ซึ่ง Ceramide ทำหน้าที่เป็นทั้งเกราะปราการป้องกันผิวและเชื่อมชั้นผิวให้แข็งแรง ถึงแม้ว่า Ceramide จะเป็นไขมันชนิดหนึ่งแต่ก็เป็นไขมันธรรมชาติที่อยู่บนผิว ดังนั้น จึงไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้เกิดการอุดตันอย่างไขมันทั่ว ๆ ไป ซึ่งนั่นก็รวมถึง Ceramide แบบสังเคราะห์ที่มีโครงสร้างเหมือนกับไขมันบนผิวด้วยเช่นกัน แต่ถ้าใครที่กังวลก็อาจจะเลือกเป็น Human Ceramide ที่พบในไขมันบนชั้นผิวอย่าง Ceramide 1, 2, 3, 5 และ 6II ก็ได้

Vitamin C ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส
Vitamin C เป็นวิตามินที่หลายคนรู้กันว่ามีความสำคัญในการช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส เพราะสามารถหยุดการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ลดการเกิดเม็ดสีเมลานิน ดังนั้น จึงลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระและความหมองคล้ำต่าง ๆ ได้ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวมีความแข็งแรง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว แต่การเลือกเจลบำรุงผิวหน้าที่มี Vitamin C ก็ควรจะตรวจดูส่วนผสมให้แน่ใจว่ามีปริมาณอยู่ที่ 10 – 15% เพราะถ้าน้อยเกินไปก็จะไม่เห็นผล แต่ถ้ามากเกินไปก็จะระคายเคืองผิวได้

Cica ปลอบประโลมผิวที่อ่อนแอ
Cica หรือ Centella Asiatica เป็นพืชที่คนไทยคุ้นเคยกันอยู่ดีในชื่อของใบบัวบก มีสรรพคุณสำคัญในการฟื้นฟูผิวที่เคยถูกทำลายจากปัจจัยต่าง ๆ มีฤทธิ์เย็นจึงทำให้ปลอบประโลมผิวที่เกิดอาการแพ้ระคายเคืองได้ดี นอกจากนี้ ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวเกิดการซ่อมแซมตัวเองอีกด้วย ดังนั้น ใครที่มีปัญหาผิวอ่อนแอจากอาการแพ้ระคายเคือง รวมไปถึงคนที่มีสภาพผิวบอบบางและแพ้ได้ง่ายก็ควรจะมองหาเจลบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของ Cica เพื่อช่วยฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาแข็งแรง

Salicylic Acid ช่วยจัดการเรื่องสิว
Salicylic Acid เป็นกรด BHA ชนิดหนึ่งซึ่งสามารถทำละลายได้ดีในไขมันจึงซึมลงได้ลึกถึงใต้ชั้นผิว มีคุณสมบัติในการละลายสิ่งอุดตันที่อยู่ในรูขุมขน ช่วยกำจัดสิวเสี้ยน สิวหัวดำหรือสิวอุดตันที่รบกวนใจได้ และสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว นอกจากนี้ ยังสามารถผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไป ช่วยลดเลือนจุดด่างดำหรือรอยสิวได้อีกด้วย ถือได้ว่าเป็นกรดที่เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องสิวเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ Salicylic Acid เป็นกรดที่ก่อให้เกิดความระคายเคืองได้ จึงควรใช้ในปริมาณที่ต่ำและใครที่มีผิวบอบบางมาก ๆ ก็ควรหลีกเลี่ยง

เลือกสูตร All-in-One สำหรับคนที่ไม่มีเวลาบำรุงผิว
รู้หรือไม่ว่าเจลบำรุงผิวหน้าบางชนิดยังมีคุณสมบัติเป็น All-in-One ที่รวมเอาส่วนผสมสำคัญของแต่ละขั้นตอนการดูแลผิว ตั้งแต่ขั้นตอนของการปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์ บำรุงล้ำลึกด้วยเซรั่มและเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ มาไว้ในกระปุกเดียวกัน เพิ่มความสะดวกมากขึ้นสำหรับคนที่ไม่มีเวลาในการบำรุงผิว คนที่ต้องพกสกินแคร์น้อยชิ้นในการเดินทางไปไหนมาไหน รวมถึงคนที่มีสภาพผิวบอบบางมาก ๆ ไม่ต้องการให้ผิวได้รับความระคายเคืองจากการเช็ดถูหรือสัมผัสกับฝ่ามืออยู่บ่อยครั้ง การใช้เจลบำรุงผิวหน้าแบบ All-in-One ก็จะช่วยลดการสัมผัสดังกล่าวลงได้ด้วยเช่นกัน