มุ่งสู่เป้าหมายโดยไม่สนอะไร

บทความ

เราไม่มีทางรู้ว่าสิ่งที่เราทำนั่นมันถูกหรือป่าว จึงต้องมีเป้าหมายก่อนที่จะลงมือทำเสมออ เพราะมันจะสามารถบอกเราได้ว่าสุดท้ายแล้ว มันจะเป็นเรื่องถูกหรือป่าว ควรจะทำมันลงไปไหม แต่ปัญหาคือเป้าหมายที่เราตั้งไว้นั้นเราจะไปให้ถึงได้อย่างไร ถ้าเกิดมันยากลำบากล่ะ เราจะหันหลังกลับไหม หรือไปต่อ..

         ก่อนหน้านี้ประมาณอาทิตที่แล้ว ผมได้ล้มป่วยเพราะติดหวัดจากลูกสาว มีอาการไอและระคายเคืองที่บริเวณลำคอ หมอบอกว่าเชื้อไวรัสลงคอ ซึ่งลูกสาวของผมก็ไปติดเด็ก ๆ ที่โรงเรียนมาเหมือนกัน เป็นได้อยู่สักพักแล้วผมก็ติดมาต่อ

และนั้นคืออปัญหาที่ผมกำลังเจอ ผมทำงานที่ต้องคอยพูดตลอดเวลา และอาการที่ผมเป็นมันคือไอ เจ็บคอ ซึ่งมันทำให้ผมวิตกกังวลมาก ผมต้องเดินทางไม่หยุด ข้ามจังหวัดวันต่ออวัน มันเป็นอะไรที่ลำบากมากสำหรับผม ผมไม่สามารถหยุดงานนี้ได้เพราะมันสำคัญกับผม 

ตอนนั้นผมคิดว่าผมยังไหว แค่ผักผ่อนสักหน่อยแล้วทำงานต่อไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่สุดท้ายพอจบงานได้ 2 งาน โชคดีที่งานที่ 3 เขายกเลิกไปก่อนไม่งั้นผมแย่แน่ ๆ อาการทรุดเพราะฝืนตัวเอง ทำให้ต้องนอนซมอยู่บนเตียง 2-3 วัน อาการผมดีขึ้นแค่ 1-2 วันเท่านั้นตอนแรกผมก็คิดว่าใกล้จะหายดี เพราะอาการผมเหลือแต่เรื่องเจ็บคอ ไอ เท่านั้นเอง กินยาอีกสัก 1-2 วันน่าจะหาย แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้น อาทิตย์ต่อมาผมเริ่มมีอาการแปลก ๆ เริ่มการปวดฟัน ปวดหัว และมีไข้หนักขึ้นมาเรื่อย ๆ

ตอนแรกผมคิดว่าผมต้องวิ่งเป็นระยะทางกว่าหนึ่งพันสามร้อยกิโลเมตรต่อปี ตกเดือนละหนึ่งร้อยแปดจุดสามสี่กิโลเมตรต่อเดือน ซึ่งผมทำได้มาตลอด 9 เดือนที่ผ่านมาเลย แต่เดือนนี้แหละปัญหาของผม ด้วยเรื่องที่ต้องนอนป่วยอยู่กว่า 2 อาทิตย์ทำให้ผมไม่สามารถทำได้ในเดือนนี้ 

จริง ๆ นี้ผมก็ยังหายไม่สนิทจากอาการป่วยของผม แต่ผมก็อยากจะลองไปวิ่งดูหน่อย เพราะผมก็ไม่ได้ป่วยหนักขนาดไม่มีแรงวิ่งขนาดนั้น ซึ่งเรื่องนี้มันอาจจะเป็นปัญหาเพียงเล็กน้อยสำหรับผมและผมคิดว่าคนอื่น ๆ ก็คิดเหมือนกัน แต่ถ้าเปลี่ยนจากการวิ่งของผมไปเป็นเป้าหมายอื่นล่ะ

ผมเป็นคนที่ไม่อยากยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เพียงเพราะมีข้อออ้างให้ตัวเอง อย่างที่ผมป่วยแต่รู้ตัวว่ายังพอวิ่งได้อยู่ผมก็อยากจะไปวิ่ง แต่ถ้าผมให้ข้ออ้างกับตัวเองว่าป่วยอยู่ ยังวิ่งไม่ได้หรอก มันจะติดเป็นนิสัยที่ไม่มีสำหรับผม ก็เหมือนกันกับเป้าหมายอื่นที่ไม่ใช่แค่การวิ่ง ถ้าเรามัวแต่หาข้ออ้างให้ตัวเอง เราก็จะเสียนิสัยและอาจจะไม่บรรลุเป้าหมายนั้นก็ได้

ในชีวิตคนเรามักมีทางที่ต้องเลือกเสมอ อยู่ที่เราว่าจะเลือกเดินทางไหน อย่างที่ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าเหตุผลมักสำคัญกว่าความรู้สึกแต่เหตุผลนั้นต้องมีความหนาแน่นมากพอ ไม่ใช่เหตุผลที่เราคิดว่ามันคือเหตุผลแท้จริงแล้วมันเป็นเพียงข้ออ้างของตัวเอง 

ผมคิดว่าเรื่องราวที่ผมได้เล่าไปนั้นถึงมันจะเป็นเพียงเรื่องราวเล็ก ๆ สั้น ๆ ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร แต่ผมมั่นใจได้ว่ามันต้องมีประโยชน์กับเรื่องอื่น ๆ อีกหลาย ๆ เรื่องที่ทุกคนต้องเจอกันบ้างในชีวิตประจำวัน ในงานที่กำลังทำและเป้าหมายที่ตัวเองได้วาดเอาไว้ 

         และสุดท้ายนี้ผมคิดว่าที่ผมเลือกที่จะไปวิ่งต่อเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ผมได้ตั้งเอาไว้นั้น ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าร่างกายขงอตัวเองก็ยังไม่ได้ปกติดีเท่าไหร่นัก อาจจะเป็นการฝีนตัวเอง หรือว่า ทำเพื่อตัวเองการแน่ ที่ผมตั้งวิ่งก็เพื่อสุขภาพ แต่บางทีผมก็ฝีนมัน บางทีผมก็คิดอยู่ว่าที่ผมทำนั้นมันถูกหรือป่าว แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพราะมันไม่มีผลกระทบอะไรในทันที แต่บางเรื่องก็ควรต้องคิดให้ดีก่อนจะฝืนมันนะครับ..